TH
ข่าวสารล่าสุด
Zen Group จับมือ KoLao ขยายอาณาจักรร้านอาหารสู่ประเทศลาว เตรียมเปิด 4 แบรนด์ดังที่ Mega Mall เวียงจันทน์
เซ็น กรุ๊ป เดินหน้าขยายธุรกิจร้านอาหารอย่างต่อเนื่องในตลาดต่างประเทศ โดยล่าสุดจับมือกับ KoLao เพื่อเสริมแกร่งการเติบโตใน สปป.ลาว ผ่านการนำ 4 แบรนด์ร้านอาหารคุณภาพสู่ Mega Mall เวียงจันทน์ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขยายเครือข่ายแฟรนไชส์ในภูมิภาค พร้อมตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มีความต้องการสูงในเรื่องรสชาติและคุณภาพอาหาร
เซ็น กรุ๊ป ผู้นำธุรกิจร้านอาหารชั้นนำของประเทศไทยที่มีพอร์ตโฟลิโอครอบคลุมตั้งแต่ร้านอาหารญี่ปุ่นพรีเมียมจนถึงร้านอาหารแนว Casual Dining นำโดย คุณศิรุวัฒน์ ชัชวาลย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท เซ็น
คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ เซ็น กรุ๊ป Mr.Jakkapong Wangtaphun ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Grandview Property ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Kolao Group จัดพิธีลงนามสัญญาธุรกิจแฟรนไชส์กับ บริษัท KoLao ผู้นำธุรกิจใน สปป.ลาว
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมาที่ Kolao Tower เวียนเทียน สปป.ลาว เพื่อขยาย 4 แบรนด์ยอดนิยมเข้าสู่ตลาดลาว ได้แก่ ZEN ร้านอาหารญี่ปุ่นที่คัดสรรวัตถุดิบสดใหม่คุณภาพเยี่ยมและปรุงอย่างพิถีพิถัน, On the Table โตเกียวคาเฟ่ที่นำเสนออาหารนานาชาติฟิวชัน ที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์, ลาวญวน ร้านอาหารสไตล์อินโดไชน่าที่ผสานรสชาติหลากหลายจากภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง และ เขียง ร้านอาหารไทยสตรีทฟู้ดรสจัดจ้านหอมกลิ่นกระทะ ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนความเชี่ยวชาญและมาตรฐานคุณภาพของเซ็น กรุ๊ป ในการนำแบรนด์สู่ตลาดต่างประเทศ พร้อมมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่น่าประทับใจแก่ผู้บริโภคในลาว
โดยทั้ง 4 แบรนด์; ZEN, On the Table, ลาวญวน และ เขียง เตรียมเปิดสาขาแรกที่ Mega Mall เวียงจันทน์ในไตรมาส 4 ปี 2025 ก่อนเดินหน้าขยายสาขาเพิ่มเติมในช่วงปี 2026–2027 รวม ZEN 3 สาขา, On the Table 3 สาขา, เขียง 10 สาขา และ ลาวญวน 3 สาขา เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและต่อยอดการเติบโตของตลาดอาหารใน สปป.ลาวอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ เซ็น กรุ๊ป เริ่มบุกตลาดลาวครั้งแรกในปี 2013 ด้วยการเปิดร้าน “ตำมั่ว” สาขาเวียงจันทน์ ณ โรงแรมซีซั่น ริเวอร์ไซด์ ร่วมกับนักธุรกิจชั้นนำชาวลาว ก่อนต่อยอดสู่ความร่วมมือกับ KoLao และลงนามสัญญาแฟรนไชส์ร้าน “เขียง” รวม 10 สาขา ซึ่งได้ทยอยเปิดให้บริการแล้ว อาทิ สาขาหนองบอน (16 กันยายน 2024), สาขาสีวิไล (29 พฤศจิกายน 2024), สาขาโพนสีนวน (10 ธันวาคม 2024) และสาขาเมืองน้อย (25 กุมภาพันธ์ 2025) พร้อมอีก 6 สาขาที่เตรียมเปิดภายในไตรมาส 1 ปี 2026
 
 
ศักยภาพตลาดแฟรนไชส์ในลาว
ธุรกิจแฟรนไชส์อาหารและเครื่องดื่มจากประเทศไทยยังคงได้รับความนิยมสูงในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านและตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน อันเป็นผลจากวัฒนธรรมการบริโภคที่ใกล้เคียงกัน ความนิยมในรสชาติอาหารไทย และภาพลักษณ์ของอาหารไทยที่มีความพิถีพิถัน สดใหม่ และหลากหลายรสชาติ ทำให้ผู้บริโภคในประเทศอย่าง มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ต่างให้ความสนใจและเปิดรับแบรนด์อาหารจากประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยเหล่านี้ทำให้แนวโน้มการลงทุนแฟรนไชส์ในลาวมีทิศทางที่ดีและมีศักยภาพขยายตัวต่อเนื่อง พร้อมต่อยอดสู่การขยายตลาดไปยังประเทศอื่นในภูมิภาคได้อย่างแข็งแกร่ง
การขยายสู่ตลาดต่างประเทศ
นอกเหนือจากการรุกตลาดลาว แบรนด์ “เขียง” ร้านอาหารไทยสตรีทฟู้ด ยังได้ขยายสู่ประเทศฟิลิปปินส์แล้ว 2 สาขา ได้แก่ SM Fairview และ Poblacion Makati ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นตั้งแต่เปิดให้บริการ พร้อมแผนขยายเพิ่มอีก 3 สาขาภายในปีนี้ ทั้งยังมีนักลงทุนในฟิลิปปินส์ให้ความสนใจต่อการลงทุนในแบรนด์อื่น ๆ ของ Zen Group อีกด้วย
คุณศิรุวัฒน์ ชัชวาลย์ รองประธานกรรมการบริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ เซ็น กรุ๊ป กล่าวว่า “การร่วมมือกับ KoLao ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ Zen Group ในการนำแบรนด์ร้านอาหารที่เราภาคภูมิใจสู่ตลาดต่างประเทศ เราเชื่อว่าความหลากหลายของแบรนด์ในเครือ และมาตรฐานคุณภาพของเซ็น กรุ๊ปจะมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่น่าประทับใจให้กับผู้บริโภคในลาวได้”
########
28 สิงหาคม 2568
อ่านเพิ่มเติม
"เซ็น กรุ๊ป" เดินหน้าส่งต่อความอิ่มใจ สู่ผู้หญิงแกร่ง ผ่านแคมเปญ "ZEN ปันอิ่ม ปันสุข" รับวันแม่แห่งชาติ
7 สิงหาคม 2568
อ่านเพิ่มเติม
"ZEN ปันอิ่ม ปันสุข" ส่งความสุขปักหมุดที่ รร.บ้านแก้งขิงแคง อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ตอกย้ำแนวคิด ของอร่อย...ต้องแบ่งปัน!
16 พฤษภาคม 2568
อ่านเพิ่มเติม
เซ็น กรุ๊ป ดึงอินไซต์ลูกค้า สร้าง Emotional Marketing คิกออฟแคมเปญส่งท้ายปี ครีเอทโมเม้นต์ความสุขผ่านมื้ออาหาร
4 ธันวาคม 2567
อ่านเพิ่มเติม
ตำมั่ว - ลาวญวน x ชงดี ชูกลยุทธ์ Local Collaboration + ESG ดึงเสน่ห์โลคัลหนุนวงการแบรนด์คนไทย รวมตัวกันเพื่อยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่น สู่ผู้นำตลาดร้านอาหารไทยแบบยั่งยืน
11 กันยายน 2567
อ่านเพิ่มเติม
18 กรกฎาคม 2566
เซ็น กรุ๊ป จับ 2 แบรนด์ใหญ่ ไทย - ญี่ปุ่น ในเครือ สร้างปรากฏการณ์สั่นสะเทือนวงการธุรกิจร้านอาหารอีกครั้ง หลังปล่อยแคมเปญใหม่จับหนุ่มร้านอาหารญี่ปุ่น แห่ขันหมากสู่ขอสาวร้านอาหารอีสานแบบยิ่งใหญ่อลังการ กลางห้างสามย่านมิตรทาวน์ จนเกิดเป็นกระแสไวรัลที่ถูกแชร์กันเต็มโซเชียลตลอดหลายวันที่ผ่านมา หากใครที่ได้อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวคงรู้สึกตื่นเต้นและอดฟินไปกับคู่รักแห่งปีคู่นี้อย่างแน่นอน

จับตามองคู่รักสร้างกระแสต่อเนื่อง จาก ‘ออฟไลน์’ สู่ ‘ออนไลน์’

หลังจากที่มีการแห่ขันหมากสู่ขอสาวใจกลางห้างดังไปแล้วนั้น ถูกส่งผ่านมายังโลกออนไลน์ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้คนโดยรอบและแห่แชร์ลงบนโลกโซเชียล จนหลาย ๆ คนที่ได้ดูคลิปต่อ ล้วนรอติดตามว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป พร้อมกับคอมเม้นท์ ชื่นชมความน่ารัก และร่วมอวยพรกับความรักของทั้งคู่ด้วย 

ไม่นานเกินรอ ทั้งหนุ่ม ‘อากะ’ และสาว ‘ตำมั่ว’ ต่างปล่อยข่าวกอสซิป! เพราะอยากประกาศให้โลกรู้ใจจะขาดว่าทั้งคู่จะได้ร่วมหอลงโรงกันแล้ว “เล่นใหญ่ หนุ่มร้านปิ้งย่างอากะ ขอสาวเสิร์ฟสุดแซ่บ ร้านใกล้ ๆ แต่งงาน ใจกลางสามย่านมิตรทาวน์”“เจ๊พริกแห่งร้านตำมั่ว ซุ่มคบหนุ่ม ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง” งานนี้แฟนคลับแห่คอมเม้นท์สงสัยและเดาสถานการณ์กันไปต่าง ๆ นานา อย่างสนุกสนาน

ต่อมาทั้ง 2 นัดกันเปลี่ยนสถานะเป็น ‘In Relationship with…’ เรียบร้อย ทำให้ชาวโซเชียลถึงบางอ้อ เป็นสีสันการตลาดที่น่าสนใจ และโดนใจกลุ่มเป้าหมายได้แบบแนบเนียน 

เสริมจุดแข็ง สร้างทุกประสบการณ์ใหม่ให้โดดเด่น

ท่ามกลางความสงสัยของแคมเปญนี้ ได้ถูกเฉลยด้วยการประกาศว่าเป็นไอเดียใหม่จาก แบรนด์ ‘อากะ’ และ แบรนด์ ‘ตำมั่ว’ ที่ใช้กลยุทธ์การคอลแลป และออก New Product ที่แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ไทย - ญี่ปุ่น เลือกวัตถุดิบที่เป็นไฮไลท์เด็ดของ 2 แบรนด์ที่มีความยูนีค ไปครีเอทเมนูขึ้นใหม่ ทำให้เกิดความโดดเด่น และแตกต่างแบบไม่เคยมีมาก่อน

อากะ x ตำมั่ว ปิ้งย่าง ยากินิกุ แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยรสไทยแซ่บ ที่เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มแจ่วปลาร้ารสเด็ดจากตำมั่ว จัดหนัก จัดเต็มกับ 15 เมนูใหม่ที่โดนใจสายอีสานแน่นอน อาทิ หมูยอสูตรเด็ดจากนครพนม, ไส้กรอกอีสาน และซอสต่าง ๆ ที่ถูกนำไปราดลงบนเนื้อที่หลากหลายของทางร้าน อาทิ ซอสลาบ ที่มีรสจัดจ้านกับข้าวคั่วและสมุนไพรไทย, ซอสแจ่ว รสชาติจี๊ดจ้าด แถมยังถูกครีเอทเป็นเมนู บิบิมบับหมูยอแจ่ว ที่เป็นผสมผสานได้อย่างลงตัวสุด ๆ ด้วย และเมนูยำปลาร้าแซ่บสะเด็ด ในเมนูยำรวมมิตรปลาร้าแซ่บสะเด็ด และยำข้าวโพดหมูยอปลาร้า ที่รับประกันความแซ่บนัวแบบถึงใจกับรสชาติแบบใหม่ ท้าให้ลอง

ตำมั่ว x อากะ ออก 3 เมนูใหม่ ลูกผสม ญี่ปุ่น + อีสาน อาหารรสแซ่บนัวสุโค่ยเน่ ที่ผสมผสานรสชาติสไตล์ญี่ปุ่นเข้าไป โดดเด่นด้วยวัตถุดิบที่เป็นซิกเนเจอร์จาก อากะ ในเมนู น้ำตกพอร์คชอปอากะ, ปีกไก่ทอดซอสอากะ และต้มแซ่บ
มิโซะ 

คุณมยุรี จิตรกร รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) 
กล่าวว่า “ถือเป็นครั้งแรกของ เซ็น กรุ๊ป ที่ได้มีการคอลแลประหว่างแบรนด์ในเครือเดียวกัน ซึ่งทั้ง 2 แบรนด์ก็เป็น
แบรนด์เรือธงของธุรกิจร้านอาหารของเรา อย่างแบรนด์ ‘อากะ’ ยากินิกุบุฟเฟ่ต์ กับ ‘ตำมั่ว’ ร้านอาหารอีสาน ต้นตำรับฉบับนครพนม โดย Success Factor ของกลยุทธ์ Collaboration Marketing ในครั้งนี้ คือการทำให้ผู้บริโภคได้รับประสบการณ์และความแปลกใหม่ จากการได้ลิ้มลองรสชาติที่ไม่เคยมีมาก่อนในร้านอาหารที่ตัวเองชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความแซ่บนัวที่มาอยู่ในเมนูปิ้งย่าง ยากินิกุ แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน หรือความละมุนสไตล์ญี่ปุ่นที่ถูกผสมผสานลงในเมนูอาหารแซ่บ ๆ สไตล์อีสาน รวมถึงการสร้างปรากฏการณ์ในการสื่อสารรูปแบบใหม่ เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว จนสามารถดึงความสนใจผู้บริโภคได้ไม่น้อยเลยทีเดียว แถมยังมีมุมมองต่อแบรนด์ที่ดีขึ้น ในเรื่องของภาพลักษณ์ที่สนุก เฮฮา ทันสมัย และเข้าถึงง่ายอีกด้วย” 

ทางด้าน คุณศิรุวัฒน์ ชัชวาลย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจแบรนด์ไทย บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การคอลแลปของแบรนด์ ตำมั่ว x อากะ ได้ฉีกกฎของความเป็นไปได้ของร้านอาหารอีสานไปโดยสิ้นเชิง ทำให้แบรนด์มีโอกาสได้ทำอะไรสนุก ๆ นอกกรอบจากสิ่งที่เคยเป็นมา จนเกิดการสร้างสรรค์ความสดใหม่ขึ้นให้กับกลุ่มลูกค้าเดิมที่มีฐานลูกค้าสายแซ่บอยู่ทั่วประเทศ และยังสามารถขยายฐานลูกค้าใหม่ที่อยากทดลองความแซ่บรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังมีโอกาสที่จะกลายเป็นลูกค้าประจำได้ในอนาคต โดยทางตำมั่วได้เลือกวัตถุดิบไฮไลท์อย่าง ‘น้ำปลาร้า’ ที่ถูกผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เจ้าแรกของวงการปลาร้า มาตรฐาน GMP และHACCP เป็นรายแรก การันตีเรื่องความสะอาด ปลอดภัย และรสชาตินัว โดนใจทั้งชาวไทยและต่างประเทศ รวมถึงกลุ่มผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศ ทั้งโซนเอเชีย ที่มีสัดส่วนยอดขายเกินกว่า 60% ของยอดขายต่างประเทศทั้งหมด และกำลังขยายสู่โซนยุโรปอีกด้วย และนี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่สร้างความมั่นใจได้ว่ากลุ่มลูกค้าของแบรนด์ อากะ จะเปิดใจให้กับผลผลิตจากการคอลแลปในครั้งนี้ได้อย่างแน่นอน”

อย่างไรก็ตามกลยุทธ์การคอลแลปกันของ 2 แบรนด์ ที่มีฐานลูกค้าที่มีความชอบที่แตกต่างกัน ได้ Connect และแชร์ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ผ่านเสน่ห์ของมื้ออาหารสไตล์ ไทย – ญี่ปุ่น ส่วนในมุมแบรนด์ก็ยังคงทำหน้าที่รักษาฐานลูกค้าเดิม และขยายฐานลูกค้าใหม่ ต่อยอดสู่ Brand Love ได้ในที่สุด

แคมเปญพิเศษนี้ เริ่มตั้งแต่ 14 ก.ค. 2566 – 30 ก.ย. 2566 ที่ อากะ และ ตำมั่ว ทุกสาขาทั่วประเทศ 

ติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/akarestaurant และ https://www.facebook.com/tummouroriginal/ หรือ Line @ZENGroupTH
 
18 กรกฎาคม 2566
คุณมยุรี จิตรกร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พร้อมโชว์ศักยภาพและก้าวสู่ผู้นำในธุรกิจแฟรนไชส์ ชูแบรนด์ อากะ ร้านอาหารในเครือ เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป หรือ เซ็น กรุ๊ป ตอกย้ำผู้นำยากินิกุบุฟเฟ่ต์อันดับหนึ่ง การันตีคุณภาพด้วย “รางวัลแฟรนไชส์ไทยอาหารยอดเยี่ยม” (BEST FOOD FRANCHISE) ประเภทรางวัลแฟรนไชส์ยอดเยี่ยมรายอุตสาหกรรม ในงาน Thailand Franchise Award 2023 จัดโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โดยเกณฑ์ในการตัดสินได้ถูกพิจารณาจากธุรกิจแฟรนไชส์ที่ได้รับความนิยม มีสินค้าที่มีคุณภาพ มีชื่อเสียง และภาพลักษณ์ที่ดี รวมถึงมีระบบการบริหารจัดการที่ดีอีกด้วย

ซึ่งปัจจุบันอากะ มี 45 สาขาที่ลงทุนเอง และ 3 สาขาที่เป็นรูปแบบแฟรนไชส์ ทั้งในไทย คือ จังหวัดมหาสารคาม และต่างประเทศ คือ พม่า กัมพูชา 

สำหรับนักลงทุนและผู้ที่สนใจธุรกิจแฟรนไชส์ ในเครือ เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป พบกันที่บูท Q36A ในงาน THAILAND FRANCHISE & BUSINESS OPPORTUNITIES 2023 : TFBO ครั้งที่ 19 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (ฮอลล์ 102-104) ระหว่างวันที่ 13-16 กรกฎาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 10.00 - 19.00 น.

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 063-202-8752 ถึง 55

 
25 พฤษภาคม 2566
คิงมารีน ฟู้ดส์ ในเครือบริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) นำโดย คุณธีรทัศน์ บำเหน็จพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ (ลำดับที่ 4 จากซ้าย) และคุณณัฐฐศศิ บำเหน็จพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท คิงมารีน ฟู้ดส์ จำกัด (ลำดับที่ 5 จากซ้าย)  ร่วมโชว์ศักยภาพการเป็นผู้นำธุรกิจนำเข้าวัตถุดิบอาหารที่มีคุณภาพและได้รับมาตรฐานระดับสากลจากแหล่งที่มาทั่วทุกมุมโลก ยกขบวนกองทัพวัตถุดิบ ทั้งอาหารทะเลนานาชนิด อาทิ ปลาแซลมอน ปลาฮามาจิ รวมถึงเนื้อวากิวญี่ปุ่น และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน นำมาจัดแสดงในงาน THAI FEX – Anuga Asia 2023 งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ยิ่งใหญ่และครบวงจรที่สุดแห่งเอเชีย ระหว่างวันที่ 23-27 พฤษภาคม 2566 ที่บูธ 3-J71 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี 
25 พฤษภาคม 2566
บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) แจ้งผลประกอบการประจำไตรมาส 1 ปี 2566 กวาดรายได้รวมทั้งสิ้น 913 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 32% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิทั้งกลุ่มบริษัทรวม 38 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 374% จากงวดเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยธุรกิจร้านอาหารที่เป็นจิ๊กซอว์ตัวใหญ่ที่สุดของบริษัท ยังคงครองแชมป์การเติบโตเป็นอันดับหนึ่ง และธุรกิจค้าปลีกที่ติดสปีดการเติบโตรองลงมา

คุณยุพาพรรณ เอกสิทธิกุล กรรมการบริหารและรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงินและบัญชีบริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ภาพรวมของบริษัทในไตรมาสแรกของปี 2566 เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับเศรษฐกิจไทยที่กลับมาฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวและบริการที่เริ่มมีการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งมีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาจับจ่ายใช้สอยเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับการวางแผนธุรกิจของบริษัทที่มุ่งเน้นการสร้างการเติบโตของสาขาเดิม พร้อมการขยายธุรกิจแฟรนไชส์ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการสร้างการเติบโตของธุรกิจค้าปลีกเชิงพาณิชย์ ส่งผลให้บริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 913 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 32% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน” 

โดยบริษัทมีรายได้จากธุรกิจอาหารที่เพิ่มขึ้น 41% เป็นผลจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ออกมารับประทานอาหารภายนอกบ้านมากขึ้น ประกอบกับการขยายสาขาใหม่ในระหว่างไตรมาส 3-4 ของปี 2565 ที่ช่วยเพิ่มรายได้ให้เติบโตมากขึ้นกว่างวดเดียวกันของปีก่อน อีกทั้งยังมีรายได้จากธุรกิจค้าปลีกที่เติบโตขึ้น 58% จากงวดเดียวกันของปีก่อน 
มาจากรายได้ของบริษัท คิง มารีน ฟู้ดส์ จำกัด ที่บริษัทเข้าลงทุน 51% ในเดือนมีนาคม 2565ทำให้ในปี 2566 บริษัทรับรู้รายได้เต็มไตรมาส
ขณะเดียวกันในไตรมาส 1 ของปี 2566 บริษัทขยายสาขาใหม่กว่า 5 สาขา เป็นสาขาที่บริษัทเป็นเจ้าของ 2 สาขา และสาขาแฟรนไชส์ 3 สาขา 
 

“นอกจากนี้ทางบริษัทก็ยังคงให้ความสำคัญกับการทำการตลาดให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค สื่อสารให้ตรงกลุ่มเป้าหมายของแต่ละแบรนด์ในเครือ พร้อมติดเครื่องเร่งสปีดดันยอดให้ได้ตามเป้ากันตั้งแต่ต้นปี คาด Q2 ปี 2566 เติบโตอย่างต่อเนื่องแน่นอน” คุณยุพาพรรณ กล่าวทิ้งท้าย


 
15 มีนาคม 2566

บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) โชว์ผลงานไตรมาส 4/2565 กวาดรายได้รวมทั้งสิ้น 946 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ภาพรวมของปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 3,413 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 51% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิรวม 154 ล้านบาท

คุณยุพาพรรณ เอกสิทธิกุล กรรมการบริหารและรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงินและบัญชี บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาส 4 ปี 2565 รายได้ของบริษัทรวมทั้งสิ้น 946 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้ธุรกิจร้านอาหาร จากการฟื้นตัวของธุรกิจหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย อีกทั้งยังมีการขยายสาขาใหม่โดยเฉพาะสาขาที่บริษัทเป็นเจ้าของ รวมถึงการออกโปรโมชั่นต่าง ๆ เพื่อเพิ่มจำนวนลูกค้าและการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และจากความพยายามของบริษัทในการปรับโมเดลธุรกิจ ซึ่งในปีนี้ได้เข้าลงทุนในบริษัท คิง มารีน ฟู้ดส์ จำกัด ช่วยผลักดันให้รายได้ธุรกิจอาหารค้าปลีกของบริษัทเติบโตขึ้นมาก ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิรวม 55 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 46 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีที่ผ่านมา
สำหรับปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 3,413 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,158 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 51% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิรวม 154 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 92 ล้านบาทในปี 2564 หรือเพิ่มขึ้น 245 ล้านบาท และนับเป็นผลประกอบการที่บริษัททำได้สูงสุดเมื่อเทียบกับปีที่ผ่าน ๆ มา ตั้งแต่ก่อนเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19”

คุณบุญยง ตันสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในปี 2565 บริษัทได้โฟกัสที่กลุ่มธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท โดยมีอัตราการเติบโตของรายได้ธุรกิจร้านอาหารของสาขาเดิมของบริษัท +25.5% โดยเป็นสัดส่วนรายได้จากธุรกิจร้านอาหาร เพิ่มขึ้น 928 ล้านบาท หรือ 59% หลังการปลดข้อจำกัดในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการกลับมารับประทานอาหารนอกบ้านมากขึ้น ประกอบกับการเปิดสาขาใหม่บนทำเลที่มีศักยภาพ

ซึ่งในไตรมาสที่ 4 ปี 2565 บริษัทเปิดร้านอาหารใหม่จำนวน 18 สาขา เป็นสาขาที่บริษัทเป็นเจ้าของ 9 สาขา และสาขาแฟรนไชส์ 9 สาขา หากนับรวมทั้งปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทเปิดร้านอาหารใหม่จำนวนทั้งหมด 45 สาขา เป็นสาขาที่บริษัทเป็นเจ้าของ 25 สาขา และสาขาแฟรนไชส์ 20 สาขา ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2565 บริษัทมีจำนวนสาขาร้านอาหารทั้งสิ้น 345 สาขา แบ่งเป็นสาขาที่บริษัทเป็นเจ้าของ 155 สาขา และสาขาแฟรนไชส์ 190 สาขา หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 45:55”

“ตลอดระยะเวลาของการดำเนินธุรกิจกว่า 32 ปี ปัจจุบันมีร้านอาหารในเครือกว่า 10 แบรนด์ ซึ่งมีการขยายสาขาของแต่ละแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ทั้งสาขาที่ลงทุนเองและแฟรนไชส์ เพื่อให้ครอบคลุมในไทยและต่างประเทศ โดยในปี 2566 นี้ ทางบริษัทก็ยังคงเน้นการทำรายได้และกำไรของสาขาที่มีอยู่ในปัจจุบัน การปรับโมเดลธุรกิจให้กระชับ ทันสมัย พร้อมทั้งการขยายสาขาเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ภายในปี 66 รวมถึงความพร้อมของการบริหารจัดการร้านอาหาร ต่อยอดการใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพเข้ามาเพื่อช่วยพัฒนาระบบภายในร้าน และเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Robot, QR Ordering/Payment, Cashless ให้รองรับการใช้งานกับทุกร้าน และทุกสาขาในเครือทั้งหมด เพื่อเตรียมรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยความมั่นคงและยั่งยืน

อีกทั้งยังได้มีการเน้นการทำการตลาดที่เผ็ดร้อน ตั้งเป้าขยาย Customer Base ให้กว้างขึ้นในทุกมิติ ด้วยการใช้กลยุทธ์ Insightful Marketing ที่จะต้องเข้าใจความต้องการที่ซ่อนอยู่ของผู้บริโภคอย่างแท้จริง และสร้างกระแสที่สนุกสนานให้กับวงการตลอดทั้งปี” คุณบุญยง กล่าวทิ้งท้าย
 

15 มีนาคม 2566
บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ เซ็น กรุ๊ป ผู้นำธุรกิจร้านอาหารชั้นนำของประเทศไทย เปิดเผยความสำเร็จปี 65 ผ่านการดำเนินงานใน 5 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจร้านอาหาร, ธุรกิจแฟรนไชส์,
ธุรกิจจัดส่งอาหารและอีคอมเมิร์ซ, ธุรกิจอาหารค้าปลีก และส่วนการลงทุนในธุรกิจใหม่ ชี้ภาพรวมธุรกิจเติบโต
กว่า 51% ชูรายได้รวม 3,413 ล้านบาท กำไร 154 ล้านบาท พร้อมเปิดเกมรุกแบบดุดัน ลับคมทั้ง 5 ธุรกิจ กับการ
วางกลยุทธ์การตลาดที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง รวมถึงแผนขยายสาขาของร้านอาหารในเครือและแฟรนไชส์
ทั้งในไทยและต่างประเทศ ตลอดจนการเพิ่มช่องทางกระจายสินค้าในธุรกิจอาหารค้าปลีก เพื่อผลักดันเป้าปี 66
ให้แตะ 4.5 พันล้านบาท

คุณบุญยง ตันสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เผยว่า “สำหรับปี 65 ที่ผ่านมา ธุรกิจในเครือเซ็นกรุ๊ปสามารถเติบโตได้ตามเป้า ตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจร้านอาหารชั้นนำในประเทศไทย ทำรายได้ไปถึง 3,413 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัท และจากการคาดการณ์ของศูนย์วิจัย
กสิกรไทย คาดว่าในปี 66 มูลค่ารวมของธุรกิจร้านอาหารจะอยู่ที่ 4.18 – 4.25 แสนล้านบาท หรือเติบโตประมาณ
2.7 – 4.5% จากปีก่อน โดยเฉพาะร้านอาหาร Full Service ที่เป็นกลุ่มร้านอาหารที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า และร้านนอกห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียง จะเห็นการเติบโตแบบชัดเจนขึ้น ซึ่งการคาดการณ์ในส่วนนี้ผนวกกับทิศทางองค์กรและการวางแผนกลยุทธ์ที่ดีจะส่งผลให้ปี 66 นี้ เติบโตขึ้นไปถึงเป้าที่ตั้งไว้อีกได้อย่างแน่นอน”

5 เสาหลักธุรกิจกับทิศทางองค์กรในปี 2566
ธุรกิจร้านอาหาร
ถือได้ว่าเป็นธุรกิจหลักของเซ็นกรุ๊ป สัดส่วนกว่า 70% ของธุรกิจทั้งหมด ตลอดระยะเวลาของการดำเนินธุรกิจกว่า
32 ปี ปัจจุบันมีร้านอาหารในเครือกว่า 10 แบรนด์ รวมแล้วกว่า 345 สาขา ซึ่งปี 65 ที่ผ่านมาขยายไปแล้วกว่า
45 สาขา ทั้งสาขาที่ลงทุนเองและแฟรนไชส์ ครอบคลุมในไทยและต่างประเทศ โดยในปีนี้ธุรกิจนี้จึงถูกโฟกัสเป็นพิเศษเช่นเดิม เพื่อเน้นการทำรายได้และกำไรของสาขาที่มีอยู่ในปัจจุบัน การปรับโมเดลธุรกิจให้กระชับ ทันสมัย พร้อมทั้งการขยายเพิ่มอีกกว่า 90 สาขาภายในปี 66 ทั้งสาขาที่ลงทุนเองและแฟรนไชส์ และเน้นการทำการตลาดที่เผ็ดร้อน สร้างกระแสที่สนุกสนานให้กับวงการตลอดทั้งปี

คุณปรีด์ สุวิมลธีระบุตร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “สำหรับกลุ่มธุรกิจร้านอาหารของเซ็นกรุ๊ป ในส่วนของกลยุทธ์การขยายสาขาปี 2565 บริษัทได้ใช้ Growth Strategy โดยการเปิดสาขาบนพื้นที่ใหม่ ๆ มุ่งเน้นการขยายไปที่น่านน้ำใหม่ เช่น ในพื้นที่ต่างจังหวัด เมืองหลักและเมืองรองที่บริษัทไม่เคยไป ทำให้สามารถขยายสาขาในต่างจังหวัดไปได้มากเกินกว่าครึ่งของจำนวนสาขาที่เปิดทั้งหมดในปีก่อนหน้า ส่งผลให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้างและครอบคลุมการให้บริการทั่วประเทศ สำหรับ
อีกส่วนหนึ่งคือ กลยุทธ์การบริหารจัดการร้านอาหาร บริษัทได้ขยายการนำวัตถุดิบคุณภาพที่มีมาตรฐานของบาง
แบรนด์ไปต่อยอดกับทุก ๆ แบรนด์ในเครือฯ ทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนสินค้าได้ดีขึ้น ทั้งในแง่ของ
การจัดซื้อ การวางแผนและการบริหารจัดการสาขาอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในส่วนสุดท้ายคือ กลยุทธ์
ด้านเทคโนโลยี
ซึ่งบริษัทก็ได้มีการนำเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพต่อการทำงานของสาขา ไม่ว่าจะเป็น
Robot, QR Ordering/Payment, Cashless และ CRM เข้ามาใช้ ทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในด้านบุคลากรของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เรียกได้ว่าเป็นปีที่ประสบความสำเร็จอย่างมากกับกลยุทธ์ใน ทุกส่วนงาน ทำสถิติยอดขายและกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัทได้อย่างเป็นผลสำเร็จ
ในส่วนของการก้าวเข้าสู่ปี 66 นี้ บริษัทก็ได้มีการวางแผนขยายสาขาร้านอาหารไปในทิศทางเดียวกันกับปีก่อน
พร้อมกับการต่อยอดการใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพเข้ามาเพื่อช่วยพัฒนาระบบภายในร้าน และเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Robot, QR Ordering/Payment, Cashless ให้รองรับการใช้งานกับทุกร้านและทุกสาขาในเครือทั้งหมดด้วย”

คุณมยุรี จิตรกร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เผยว่า “ปีนี้ตั้งเป้าขยาย Customer Base ให้กว้างขึ้นในทุกมิติ เพื่อให้สอดคล้องกับการขยายธุรกิจทั้งแบรนด์ญี่ปุ่น
แบรนด์ไทยและแฟรนไชส์ ด้วยกลยุทธ์การทำการตลาดแบบ Insightful Marketing ไม่ใช่แค่รู้จัก แต่ต้องเข้าใจความต้องการที่ซ่อนอยู่ของผู้บริโภคอย่างแท้จริง ซึ่งสะท้อนออกมาใน 3 แง่มุม ดังนี้
  1. Insightful Product ที่ช่วยขยายฐานลูกค้าใหม่ : เราดึงข้อมูลเชิงลึกทั้งข้อมูลการขายและการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภค จนเราพัฒนามาเป็น Product และบริการใหม่ ๆ เช่น เซ็น เรสเตอร์รอง มุ่งขยายไปยังกลุ่มคนทำงานที่มีความต้องการหลากหลาย ด้วยการออกเมนู Lunch Set คุณภาพดีแบบตอบโจทย์ ทั้งในแง่มุมของ Menu Mix ที่อร่อยได้ 2 เมนูใน 1 เซ็ต ปริมาณที่เลือกอิ่มได้พอดี และราคาที่เข้าถึงได้ หรือในส่วนของแบรนด์ไทย อาทิ เขียง ที่ออกเมนู “กะเพราสองรัก” เพราะเราเข้าใจผู้บริโภคว่า ในหนึ่งมื้อเขาอยากทานหลายเมนูในงบจำกัด จึงออกเป็นกะเพรา + ไก่กระเทียม ที่ใคร ๆ ก็ถูกใจ
  2. Insightful Promotion ที่เข้าใจและเข้าถึงลูกค้าใหม่ : เราทำการศึกษาพฤติกรรมของลูกค้าในทุกแง่มุม ทั้งโอกาสในการเข้ามารับประทาน และช่วงเวลาของการรับประทาน จนเรามองเห็นโอกาสทางธุรกิจที่จะต่อยอดแต่ละแบรนด์ได้ อาทิ อากะ ยากินิกุ แน่นอนว่าเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจคนรักบุฟเฟต์ แต่เราอยากเริ่มขยายฐานไปสู่กลุ่มคนรักบุฟเฟต์ตั้งแต่วัยเรียน จึงออกแคมเปญ “ป่ะ ทาน นักเรียน” เพราะอยากเติมเต็มพลังที่ใช้ไปในงบที่เข้าถึงได้ เราจึงมอบส่วนลดสำหรับนักเรียนหลังเลิกเรียนให้ได้อิ่มจุกอย่างเต็มที่ ทั้งยังสื่อสารออกมาในรูปแบบที่สนุกสนานโดนใจ และใช้สื่อที่เข้าถึงโดยเฉพาะ หรือ แบรนด์ตำมั่ว เราออกโปรโมชั่น
    “เบิ้ลเครื่อง” เพราะมาจากข้อมูลที่เราคอยสังเกตลูกค้าว่าลูกค้ามักจะขอเพิ่มส่วนผสมพิเศษอื่น ๆ ที่ตัวเอง
    ชื่นชอบ จึงเป็นที่มาของการเพิ่มเครื่องให้แน่นขึ้นในเมนูยอดฮิตทั้งหลาย หรือแม้แต่การสั่งเครื่องแยกแบบ DIY เพื่อให้ลูกค้าเติมเต็มความฟินด้วยตัวเอง
  3. Insightful Communications สื่อสารถูกใจในรูปแบบใหม่ : เราเชื่อว่าการสร้าง Awareness แบบทั่วไป
    ไม่เพียงพอ ทุกวันนี้เราต้องแข่งกับ Content ที่หลากหลายในมือของผู้บริโภค ลองหาวิธีที่จะทำอย่างไร ให้พวกเขาหันมามองแบรนด์ของเรา “Call Attention with Engagement” จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสื่อสาร แต่ต้องเป็นการเรียกให้ผู้บริโภคหันมามองแบบเข้าอกเข้าใจตัวเขา ประเดิมต้นปีด้วยแบรนด์ เซ็น เรสเตอร์รอง ที่ออกแคมเปญ “Dear Boss” ที่ชวนบอสทั่วไทยเปิดโอกาสให้น้อง ๆ หนุ่มสาวออฟฟิศ ลุกจากหน้าคอม ออกไปทานมื้อเที่ยงแบบมีคุณภาพที่ เซ็น เรสเตอร์รอง เพื่อสร้าง Work Lunch Balance ให้ชีวิตชาวออฟฟิศ สร้างเสียงฮือฮาผ่านข้าวหน้าบอสชั้นนำในไทย จนสื่อไทยและสื่อนอกไปขยายผลต่อ ส่วน ออน เดอะ เทเบิ้ล  ก็วางแผนขยายผลต่อหลังจากเปิดตัวโต๊ะจัง ตัวแทนสาวรุ่นใหม่ที่ช่วยพาแบรนด์ ออน เดอะ เทเบิ้ล ติดลมบน ปีนี้ยังเตรียมคอลแลปและครีเอทกิจกรรมสนุก ๆ แบบเข้าถึง เข้าใจสาว ๆ อีกมากมาย
ทั้ง 3 แง่มุมนี้จะถูกใช้โดยมุ่งเน้นเรื่องการสื่อสารและสร้างการรับรู้ ให้เข้าถึงไลฟสไตล์แบบตรงใจ รวมถึงการสร้าง
แบรนด์ให้มีชีวิต มีคาแร็คเตอร์ที่โดดเด่น แต่ยังคงชูความแข็งแรงในเรื่องการควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ รสชาติอาหาร และการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการจดจำแบรนด์ให้เป็น Top of Mind ในกลุ่มเป้าหมายต่อไป”

ธุรกิจแฟรนไชส์
ขณะที่ธุรกิจแฟรนไชส์ก็ยังคงเป็นที่สนใจของตลาดอยู่ไม่น้อย ส่งผลให้การขยายสาขาแฟรนไชส์ทั้งในและต่างประเทศเป็นที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง คุณศิรุวัฒน์ ชัชวาลย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจแบรนด์ไทย บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ทางเซ็นกรุ๊ปก็ได้เตรียมแผนขยายฐานลูกค้าใหม่และมองหาตลาดใหม่ ผลักดันแบรนด์ ตำมั่ว และเขียง บุกหนักสร้างความแข็งแกร่งกับตลาดหลักในกลุ่มประเทศอาเซียน อาทิ ไทย มาเลเซีย กัมพูชา เวียดนาม ลาว และสร้างโอกาสในการเติบโตกับตลาดใหม่ให้ครอบคลุมประเทศในภูมิภาคเอเชีย อาทิ เกาหลีใต้ เป็นต้น คาดว่าในปี 66 นี้ จะสามารถต่อยอดให้ธุรกิจแฟรนไชส์เติบโตได้ตามเป้าหมาย อีกส่วนคือการมุ่งเน้นเรื่องการขายวัตถุดิบให้แฟรนไชส์ เพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกันให้เกิดขึ้นในทุกสาขาด้วย”

ธุรกิจอาหารค้าปลีก
“หลังจากปีที่แล้วที่ทางเซ็นกรุ๊ป ได้ดึง “คิง มารีน ฟู้ดส์” และ “เซ็น แอนด์ โกสุม อินเตอร์ฟู้ดส์” เสริมทัพพอร์ทธุรกิจอาหารในเครือ สามารถช่วยสร้างรายได้ของบริษัทฯ ไปไม่น้อยในปีที่ผ่านมา ปีนี้ได้มีการวางแผนที่จะเร่งสร้างยอดขายธุรกิจอาหารค้าปลีกให้ได้ตามเป้าหมาย พร้อมกับการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายและศูนย์กระจายสินค้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงการปรับปรุงโรงงานและคลังสินค้าให้รองรับกับยอดขายที่เติบโตขึ้น

จากความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากเข้าลงทุนใน 2 บริษัทข้างต้น ส่งผลให้ธุรกิจอาหารค้าปลีกเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ช่วยสร้างยอดขายและลดต้นทุนวัตถุดิบให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ทางเซ็นกรุ๊ปเองก็ยังคงมองหาโอกาส การลงทุนในธุรกิจใหม่ ที่มีความน่าสนใจและให้อัตราผลตอบแทนที่คุ้มค่า เข้ามาเสริมทัพพอร์ทธุรกิจอาหารในเครือให้มีขนาดใหญ่และแข็งแกร่งมากขึ้นต่อไป” คุณศิรุวัฒน์ ชัชวาลย์ กล่าวเสริม

ธุรกิจจัดส่งอาหารและอีคอมเมิร์ซ
ในส่วนนี้จะได้ถูกปรับปรุงระบบสนับสนุนการขายให้ราบรื่นคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ปักหมุดขยายธุรกิจจาก B2C เป็น B2B โดยเน้นการขาย Voucher แก่องค์กร พร้อมกับการสร้างการรับรู้ระบบและเพิ่มยอดสมาชิก ผ่านแอพพลิเคชัน ZEN GROUP ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น และ 1376 Delivery บริการจัดส่งอาหาร โดยเน้นรูปแบบ Big Order ชูความแตกต่าง เน้นคุณภาพการบริการและศักยภาพในการจัดส่งอาหารในจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“คาดว่าปี 66 สัดส่วนรายได้ของแต่ละธุรกิจในเครือ เซ็นกรุ๊ป จะแบ่งเป็นรายได้จาก ธุรกิจร้านอาหาร 74% ธุรกิจ
แฟรนไชส์ 7% ธุรกิจอาหารค้าปลีก 13% ธุรกิจจัดส่งอาหารและอีคอมเมิร์ซ 6% เชื่อมั่นว่าการเปิดเกมรุกการทำการตลาดรอบด้านในปีนี้ จะส่งเสริมให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างแข็งแรงและมั่นคง แตะเป้าที่ตั้งไว้ได้อย่างแน่นอน”
คุณบุญยง กล่าวทิ้งท้าย